How to แคสยังไงให้ได้งาน (คอนเท็นทดสอบ)

คนหน้ากล้อง…เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ใฝ่ฝันอยากจะเป็น แต่น้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จในสายนี้ได้ แต่ก็ต้องประสบปัญหากับ “ส่งงานแล้ว…แต่ไม่มีใครเรียกเลย” “เขาระบุว่าต้องขาว…ต้องสวย” “เขาไม่เอา” แม้กระทั่งคำว่า “ปล่อยคิว” บนภาพที่ใครเห็นว่าสวยหรูในจอ หากในชีวิตจริง ไม่มีใครรู้ว่ากว่านักแสดงจะมายืนหยัด ณ ตรงนี้ได้ มันไม่ง่ายเลย กว่าจะสร้างชื่อเสียง กว่าจะก้าวผ่านปากเหยี่ยวปากกาได้ ล้วนมีแรงกดดันเข้ามามากเช่นกัน

Actor1Credit pic : https://pixabay.com/images/search/actor/

กว่าจะได้นักแสดงให้ตรงงานทั้งที ต้องดูว่าลูกค้าอยากได้โจทย์แบบไหน เขาต้องการตัวละครไหนของงานนั้น ๆ ไม่ว่าจะงานโฆษณา (มีทั้งแบบ Video และแบบภาพนิ่ง) งานละคร แม้กระทั่งงานถ่ายแบบแฟชั่น หรือแบบที่ช่างภาพระบุเรฟ (Ref. มาจากคำว่า Reference ที่แปลว่าอ้างอิง) ว่าอยากได้เรฟแบบ Character นี้นะ แม้จะส่งงานทันเวลาแค่ไหน ก็ต้องทำใจกับการที่เขา “ไม่เลือก” อยู่ดี เนื่องจากไม่ตรงโจทย์ หรือมีตัวเลือกในใจของลูกค้าไว้แล้ว

Advertisement

 

ยกตัวอย่าง ถ้าลูกค้าต้องการ Main Character ในงานโฆษณาภาพวีดีโอของสินค้าหนึ่ง ซึ่งต้องมีประสบการณ์ในการ Presentation สินค้านั้น ๆ จะต้องดึงอินเนอร์ของ Reference นั้นออกจากข้างในเพื่อที่จะตีความหมายของสินค้านั้นได้อย่างแม่นยำ ดึงดูดความสนใจให้กับลูกค้าได้อย่างดี

CameraCredit pic : https://pixabay.com/images/search/actor/

อีกกรณีหนึ่งก็คืองาน Extra ซึ่งเรียกง่าย ๆ ก็คือตัวประกอบ จะเรียกใช้งานได้ทั้งโฆษณา ละคร แม้กระทั่งงาน Music Video มักจะไม่เน้นเรื่องหน้าตาเยอะ แต่ค่าแรงที่ได้อาจจะน้อย เมื่อเทียบกับงาน Main แต่ก็เป็นการสร้างประสบการณ์อีกอย่างในวงการบันเทิง ทั้งนี้ก็ต้องเลือกโมเดลลิ่งดี ๆ ไม่ใช่โมเดลลิ่งเถื่อนที่มีข่าวฉาวหรือต้องเรียกเก็บเงิน

Advertisement

FilmCredit pic : https://pixabay.com/images/search/actor/

How To แคสยังไงให้ได้งาน

ต้องเข้าใจว่า งานในวงการบันเทิง การวางตัวสำคัญมาก ถ้าวางตัวไม่ดี งานนี้เราจบเห่แน่นอน เผลอ ๆ อนาคตไม่สวย เพราะกว่าจะได้งานหรือไม่นั้น โอกาสเป็นสิ่งที่มีค่ามาก น้อยคนนักที่จะได้สัมผัสมัน เอาล่ะ…จะมาแนะนำวิธีการสมัคร Casting ยังไงให้ได้เทสหน้ากล้อง หรืออย่างที่หลายคนเข้าใจคือ แคสให้ได้งานนั่นเอง ซึ่งจะแนะนำดังนี้

1. ความมั่นใจ

ต้องมั่นใจทั้งบุคลิก น้ำเสียง สมัยนี้เวลาแคสหานักแสดงอาจจะระบุ Ref. ว่าต้องหน้าตาแนว ๆ นี้ หรืออาจจะใช้บุคคลหน้าธรรมดา บ้าน ๆ ไม่ต้องเน้นสวย เน้นหล่อ เวลาเทสหน้ากล้องจะได้ไม่ต้องตื่นกล้อง ช็อตไมค์เวลาทดสอบของจริง

Advertisement

2. รู้จัก Comp Card

การทำคอมพ์การ์ด จะมีลักษณะจัดรูปของเราเองแบบกลุ่มหรือคอลลาจ (Collage) ย้ำว่าต้องถ่ายรูปไม่เกิน 6 เดือน หรือให้ตรงปกมากที่สุด พร้อมใส่ข้อความ เช่น ระบุส่วนสูง น้ำหนัก สัดส่วน บางงานอาจจะให้ระบุเบอร์รองเท้า ไซส์เสื้อ บริเวณมุมใดมุมหนึ่งของคอมพ์การ์ด ไม่ให้บังรูปเราเองจนมิดจนไม่สามารถขายลุคให้ตรงกับงานได้ชัดเจน

3. ต้องตรงลุค

การเทสหน้ากล้องก็คืองานขายอีกแบบหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างตอบยาก เพราะลูกค้าคือปัจจัยหลักในการตัดสินใจว่า เขาจะเอาหรือไม่เอา ฉะนั้นเวลาเราส่งงานอะไรก็ตามต้องดูลุคของเราว่าเราเป็นลุคไหน หน้าตาประมาณไหน ถ้าเราตรงตามที่เขาต้องการ เราจะได้งานนี้โดยอัตโนมัติ พร้อมกับทราบ Budget (ค่าตอบแทนนักแสดง) ของงานนี้ทันที หรือถ้าไม่ได้งาน ค่อยว่ากันอีกที ไปแคสงานหน้าก็ได้ คิดเสียว่าได้มาลองของ แล้วนำไปปรับปรุงในคราวต่อไป

4. ทำการบ้านมาดี

หากมีรอบคัดเลือกหรือ Audition ทั้งงานแสดงและร้องเพลง เราควรเตรียมความพร้อมมาก ๆ ถ้าใจอยากมาทางนี้จริง อย่างน้อยควรเรียนการแสดง เรียนร้องเพลงเพิ่มเติม หรือกรณีไม่มีทุนพอแต่ใจอยาก Audition ก็สามารถศึกษาด้วยตนเอง ลองซ้อมบทผ่านกระจก หรือแสดงให้เพื่อนดูว่าเราเป็นคนแบบไหน ต้องปรับปรุงอะไร อ่านบทความตามเว็บไซต์ หรือเปิดดู Youtube เพื่อฝึกหัดศักยภาพของเราให้ดีขึ้น และต้องฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อสร้าง “พรสวรรค์” ด้วยน้ำมือ “พรแสวง” ของเราเอง

5. เช็ค Location ดี ๆ

ใครว่าสถานที่ถ่ายทำไม่สำคัญ เพราะถ้าเราเช็คสถานที่ถ่ายทำได้ เราจะคำนวณเส้นทาง และเวลาไปกลับได้อย่างมีระบบ อย่างน้อยถ้าเราเช็คเวลานัดกองดี ๆ ว่ามากี่โมง สถานที่ไหน เราจะจัดการเวลาได้ไม่ยากเลยล่ะ

6. เวลาเป็นเรื่องซีเรียส

ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเวลาที่ล็อกไว้ อันนี้สำคัญมาก!!! เพราะถ้าเราสายโดยใช่เหตุ เราจะโดนมองไม่ดี และเสียเวลาทางทีมงาน ทางที่ดีเผื่อเวลามาถึงกองอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จะได้ไม่ต้องตาแหกทีหลัง อีกทั้งมีผลต่อความเชื่อมั่นที่จะได้งาน Casting ครั้งต่อไปอีกด้วย ถ้าวินัยดี อะไร ๆ ก็แฮปปี้

7. สแกนโมเดลลิ่งให้เป็น

โมเดลลิ่งที่ดีจะต้องไม่เก็บเงินตั้งแต่แรกเข้า เพื่อที่จะได้งานของที่นี่โดยอ้างว่า “จ่ายเงินแล้วได้มีงานละครทุกคน” เพราะถ้ามีจรรยาบรรณจริง ๆ จะไม่เรียกเก็บ นอกจากเราจะเปิดคอร์สเรียนการแสดง และอีกอย่างคือ โมเดลลิ่งที่ดี ผู้ปกครองจะต้องเข้าถึงได้ ไม่ใช่ทุกอย่างเป็นความลับ แต่อยู่สองต่อสอง อันนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ง่าย ฉะนั้น สแกนโมเดลลิ่งให้เป็นว่ามีความน่าเชื่อถือ น่าเชื่อมั่นได้มากน้อยแค่ไหน และเราแคสงานอย่างปลอดภัยหรือไม่

 

สุดท้ายนี้หวังว่า บทความนี้จะเป็นแนวทางสำหรับทุกคนที่อยากมีโอกาสสัมผัสกับงานในวงการบันเทิงบ้างแล้ว ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ลุยสายงานนี้ การได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ก็สามารถเดินทางตามที่ฝันได้ราบรื่น แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การมีสัมมาคารวะ การมีวินัย และการวางตัวที่ดี สามสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเรา เสน่ห์ที่กล่าวมานั้นถ้าเรามีไว้ เราจะดูสง่างามมากกว่าความสวย ความหล่อเสียอีก เรายังเป็นที่น่าชื่นชมให้กับใครหลายคนที่ได้เห็นอีกด้วยค่ะ


หมายเหตุ

รูปภาพทุกรูปได้รับการขออนุญาตเจ้าของรูปแล้ว ใช้เพื่อเป็นสื่อตัวอย่างในการนำเสนอบทความนี้เท่านั้น // ทดลองวางเท่านั้น

2021-05-10T04:51:44+07:00

Title

Go to Top